วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สรุปโทรทัศน์ครู

เรื่อง :  การเรียนรู้นอกห้องเรียน : ส่องนกที่โรงเรียน
          Learning Outside the Classroom : Birdwatching in School










           โรงเรียน 2 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลเซอเรย์ สแควร์ และ โรงเรียนอนุบาลวูเลนวิค ที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนดูนกขององค์กรอนุรักษ์นกแห่งสหราชอาณาจักรหรือ RSPB ซึ่งมีความพยายามที่จะหาความรู้เกี่ยวกับชีวิตสัตว์ป่าในท้องถิ่น โครงการนี้กระตุ้นให้โรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมกับการทำงานของ RSPB ผ่านกิจกรรมหลักสูตรบูรณาการ นั่นหมายถึงการใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงนับสำรวจนก ทั้งในเรื่องของสายพันธุ์ และจำนวนนกที่อยู่ในสนามโรงเรียน โรงเรียนอนุบาลเซอเรย์ สแควร์ เป็นโรงเรียนใจกลางกรุงลอนดอน โรงเรียนอนุบาลวูเลนวิค อยู่ในฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ RSPB เชื่อว่าการรวบรวมข้อมูลจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันเป็นสิ่งจำเป็น นักเรียนจากแต่ละโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการเตรียม และให้อาหารนก การสร้างที่พักพิงชั่วคราวจากหน้าต่างห้องเรียน รวมทั้งการนับสายพันธุ์ และจำนวนนกในสนามโรงเรียนด้วย เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงโดยใช้ธรรมชาติทีมีอยู่ในโรงเรียนเป็นสื่อและแหล่งในการเรียนรู้


เด็กจะได้ฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ
  • การสังเกต
  • สำรวจ
  • แก้ปัญหา
  • ตั้งสมมติฐาน

สามารถนำไปบูรณาการ
  • คณิตศาสตร์  คือ นับจำนวนนกในโรงเรียน/ รูปร่างของนก
  • ศิลปะ คือ วาดภาพนกที่ส่องในโรงเรียน
  • ภาษา คือ พูดคุยเกี่ยวกับนกที่ส่องในโรงเรียน






Lesson  13
บันทึกอนุทิน


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  10 พฤศจิกายน  2558
เรียนครั้งที่่  13  เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223






Knowledge (ความรู้)

1) ทำ Cooking ข้าวทาโกยากิ กับ ขนมวาฟเฟิล



ขนมวาฟเฟิล

วัตถุดิบ

  • แป้งวาฟเฟิลสำเร็จรูป
  • ไข่ไก่ (Eggs)
  • นม (Milk)
  • น้ำดื่ม (Water)
  • กลิ่นวนิลา 
  • อุปกรณ์ตกแต่งหน้าวาฟเฟิล เช่น ช็อคโกแลต (Chocolate) , แยม (Jam) , เยลลี่ 
  • เนย

อุปกรณ์
  • เตาวาฟเฟิล
  • ตะกร้อตีไข่
  • ถ้วย


ในการทำขนมวาฟเฟิล แบ่งออกเป็น 3 ฐาน คือ

ขั้นตอนการทำ

  • แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ และเเจกอุปกรณ์


ฐานที่ 1   นำ แป้ง ไข่ไก่ น้ำดื่ม นม กลิ่มวนิลา ใส่เข้าไปในถ้วยแล้วคนให้เข้ากัน




อุปกรณ์ในการทำขนมวาฟเฟิล







นำส่วนผสมทุกอย่างมาตีเข้ากัน
















ฐานที่ 2  ทาเนยลงบนเตาอบ จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันแล้วไปใส่ที่เตาอบที่เป็นพิมพ์ของวาฟเฟิล







ฐานที่ 3  เมื่ออบวาฟเฟิลสุกแล้ว นำตกแต่งให้สวยงาม













ข้าวทาโกยากิ




วัตถุดิบ
  • ข้าวสวย
  • ไข่ไก่
  • ปูอัด
  • ซอสปรุงรส
  • มายองเนส
  • ซอสทาโกยากิ 
  • สาหร่าย

อุปกรณ์
  • เตาทาโกยากิ
  • ถ้วย
  • ตะเกียบ
  • ช้อน
  • หม้อหุงข้าว
  • ทัพพี


ขั้นตอนในการทำข้าวทาโกยากิแบ่งออกเป็น  4 ฐาน คือ 

ฐานที่ 1 ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปในถ้วย จากนั้นตักข้าวสวยใส่ลงไป จำนวน 3 ทัพพี แล้วคนให้เข้ากัน







ฐานที่ 2 
นำส่วนผสมที่ได้ไปปรุงรสด้วยซอส ใส่ปูอัด สาหร่าย และซอส ตามใจชอบ







ฐานที่ 3 นำเนยไปทาที่กระทะหลุมและเทส่วนผสมที่ผสมแล้วไปใส่ในกระทะ เพื่อให้สุก










ฐานที่ 4 นำทาโกยากิที่สุกแล้วไปราดด้วยซอสทาโกยากิ มายองเนส สาหร่าย และตกแต่งให้สวยงาม 














ผลงานของทั้งห้อง


ขนมวาฟเฟิล





ข้าวทาโกยากิ




















2) นำเสนอแผนการสอน
     
     - แผนการสอนการทำ Cooking  " ไอศครีม "






     - แผนการสอนการทดลอง " ตะเกียบมหัศจรรย์ "








** อาจารย์ได้ให้คำแนะนำ และให้ไปแก้แผนการสอนเพื่อให้มีความถูกต้อง**












Skill (ทักษะ)

- ทักษะการสังเกต
- ทักษะการค้นพบความรูด้วยตนเอง
- ทักษะการตอบคำถาม
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการลงมือทำด้วยตนเอง



Application ( การประยุกต์ใช้)

        นำไปใช้สอนเด็กในการทำ Cooking ให้ถูกตามขั้นตอนและ นำหลักการและวิธีไปใช้ในการเขียนแผนให้ถูกต้องและเหมาะสมด้วย



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์
- ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
- สรุปและยกตัวอย่างให้เข้าใจมากขึ้น



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ ร่วมทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ

- Friend :  ตั้งใจเรียน และช่วยกันทำกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วง

- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  มีเสียงสูง ต่ำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นผู้แนะนำในการทำกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วง


Lesson 12

บันทึกอนุทิน



วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  3 พฤศจิกายน  2558
เรียนครั้งที่่  12  เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



Knowledge (ความรู้)
-  อาจารย์ และ นักศึกษา ร่วมกันอภิปรายแผนการสอนทำ Cooking และได้ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาว่าแผนการสอนทำ Cooking ควรเป็นอย่างไร??






การเขียนแผนการสอน จะต้องประกอบไปด้วย
  1. วัตถุประสงค์ จะต้องใช้คำที่เป็นกิริยา ที่ให้เด็กแสดงออกเป็นการกระทำที่เด็กมองเห็นและสังเกตได้ วัตถุประสงค์ควรครอบคลุมพัฒนาการเด็กทั้ง 4 ด้าน และต้องให้เด็กมีทั้งความรู้และได้ทักษะด้วย
  2. สาระการเรียนรูั  ประกอบได้ สาระที่ควรเรียนรู้ คือ สาระที่เราอยากให้เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องที่จะสอน และประสบการณ์สำคัญ คือ สิ่งที่เด็กจะได้รับจากการทำกิจกรรมและเพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน สามารถดูได้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
  3. กิจกรรมการเรียนรู้ เป็นขั้นของการสอน ซึ่งแบ่งออกเป็นขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป
  4. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้  คือ สื่อหรืออุปกรณ์ที่ใช้สอนในแต่ละครั้ง
  5. การวัดและประเมินผล คือ สิ่งที่เราจะใช้วัดเเละประเมินผล อาจจะใช้จากการสังเกตเด็กในการทำกิจกรรมหรือการสนทนาและตอบคำถามของเด็ก เป็นต้น
  6. การบูรณาการ คือ สามารถบูรณาการกับวิชาอื่นได้



Skill (ทักษะ)

- ทักษะการสังเกต
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด
- ทักษะการตอบคำถาม
- ทักษะการคิดวิเคราะห์



Application ( การประยุกต์ใช้)

        นำไปใช้ในการเขียนแผนการสอนในการจัดการเรียนให้เด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เด็กได้รับทั้งความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์
- ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ ร่วมทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ

- Friend :  ตั้งใจเรียน และช่วยกันทำกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วง

- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  มีเสียงสูง ต่ำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และอธิบายหลักการในการเขียนแผนได้เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น




Lesson 11

บันทึกอนุทิน



วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  27 ตุลาคม  2558
เรียนครั้งที่่  11  เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



Knowledge ( ความรู้ )




1) กิจกรรม ดอกไม้ลอยน้ำ

           อุปกรณ์
  • กระดาษ A 4
  • สีเมจิก
  • กรรไกร
  • ถาดสำหรับใส่น้ำ



             แบ่งกระดาษออกเป็นส่วนๆและให้ตัดกระดาษเป็นรูปดอกไม้ตามที่ชอบ จากนั้นให้ระบายสี และพับกลีบดอกไม้ไปไว้ตรงกลาง และนำไปลอยในถาดที่มีน้ำ






             เมื่อดอกไม้ลอยในน้ำก็จะค่อยๆบานออกทีละนิดๆ ดังภาพ






สรุป


            หลักการที่ทำให้ดอกไม้บานได้ เนื่องจาก "กระดาษดูดซึมน้ำ" 

  • น้ำจะเข้าไปแทนที่ในที่ที่มีช่องว่าง ช่องว่างที่น้ำเข้าไปก็จะเกิดการขยายตัวหรือคลี่ออก และเมื่อน้ำโดนกับสี สีขาวที่เกิด
  • เมื่อสีโดนกับน้ำ สีขาวจะเกิดการละลายและซึม สีสองสีจะผสมกันเป็นอีกสีใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของสมอง

    ขนาดของดอกไม้มีผลต่อการบานของดอกไม้
** ดอกไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าจะบานเร็วกว่า เพราะ น้ำเข้าไปแทนที่ในช่องว่างได้เร็วกว่าดอกไม้ที่มีขนาดเล็ก **





2) กิจกรรม รูไหนไกลกว่า
          อุปกรณ์
  • ขวดเจาะรู 3 รู สำหรับใส่น้ำ 1 ขวด
  • สก๊อตเทปสำหรับปิดรู
  • เหรียญสิบ เหรียญห้า และ เหรียญบาท

  • ถาดสำหรับรองน้ำ


นำน้ำใส่ขวดและนำสก๊อตเทปปิดรูทั้ง 3 รูไว้







จากนั้นให้ดึงสก๊อตเทปออก และนำเหรียญไปวางไว้ในจุดที่พุ่งออกมาจากกขวด โดยเหรียญบาทให้วางตรงจุดที่น้ำรูข้างบนพุ่งออกมา เหรียญห้าวางตรงจุดที่น้ำรูตรงกลางพุ่งออกมา และเหรียญสิบวางตรงจุดที่น้ำรูด้านล่างสุดพุ่งออกมา





สรุป
 
            จากผลการทดลองพบว่า รูข้างล่างน้ำพุ่งเเรงมากที่สุด เพราะ มีแรงดันน้ำมากที่สุด






3)  กิจกรรม การทดลอง แรงดันน้ำ (น้ำพุ)






เมื่อนำถาดมาวางไว้ต่ำกว่าระดับเดิมน้ำที่พุ่งออกมายิ่งสูงขึ้นมากกว่าเดิม








สรุป
          น้ำย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ





4 ) กิจกรรม   การเป่าเชือกจากหลอด





สรุป
      
           เมื่อเราเป่าลมเข้าไปในหลอดและหลอดที่ใช้เป่าทำมุมเอียงกับหลอดตรง ทำให้ลมที่เป่าเคลื่อนที่ผ่านหลอดตรงอย่างรวดเร็ว ผลักให้ไหมพรมส่วนที่อยู่ในหลอดตรงเคลื่อนที่เป็นวงได้







5) กิจกรรม การทดลอง แรงดันอากาศ จากกระดาษ ( ทฤษฎีของลูกยาง)






สรุป 

          เมื่อโยนวัตถุขึ้นข้างบน อากาศจะเคลื่อนที่เข้ามาพยุงตรงปีกของวัตถุไว้ จึงทำให้วัตถุสามารถลอยอยู่บนอากาศได้




        
  
6)  กิจกรรม เทียนไขดูดน้ำ






    



สรุป

           เมื่อนำแก้วไปครอบเทียนไข เทียนไขก็จะดับและน้ำก็จะไหลเข้าไปในแก้ว เนื่องจาก น้ำด้านภายนอกสามารถเข้าไปอยู่ภายในแก้ว เพราะ เมื่อออกซิเจนที่มีภายในแก้วถูกใช้ในการเผาไหม้จนหมด(เทียนดับ) จึงทำให้ความดันอากาศภายในแก้วมีน้อยกว่าภายนอกแก้ว   ความดันอากาศภายนอกจึงดันให้น้ำนอกแก้วไหลเข้าไปในแก้วที่มีความดันอากาศน้อยกว่านั้นเอง










7)  กิจกรรม การสะท้อนแสงของกระจก






สรุป  

            เกิดจากการสะท้อนของแสง โดยแสงจะสะท้อนจากกระจกแผ่นหนึ่งไปยังกระจก แผ่นอื่นทำให้เกิดภาพที่เห็นมีรูปแบบที่เพิ่มมากขึ้น เช่น เค้กจาก 1 ชิ้น เป็น 8 ชิ้น เป็นต้น








Skill (ทักษะ)

- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด
- ทักษะการเชื่อมโยงความรู้



Application ( การประยุกต์ใช้)


         นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการออกแบบกิจกรรม เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้เเก่เด็กปฐมวัย ให้ได้รับความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ และเพื่อฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์ด้วย



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน
- ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
- เปิดโอกาสให้นักศึกษาถามตอบ



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ ร่วมทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ

- Friend :  ตั้งใจเรียน และช่วยกันทำกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วง

- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  มีเสียงสูง ต่ำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และอธิบายหลักการในการทำของเล่นเพื่อให้เชื่อมโยงกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น