วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Lesson 9



บันทึกอนุทิน


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  13 ตุลาคม  2558
เรียนครั้งที่่  9  เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223


Knowledge  ( ความรู้ )

นำเสนอวิจัย
- เลขที่ 5 การจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
- เลขที่ 6 การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยได้รับการจัดกิจกรรมพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

นำเสนอโทรทัศน์ครู 
- เลขที่ 7   แรงตึงผิว
- เลขที่ 8   สอนเด็กอย่างไรให้มีจิตวิทยาศาสตร์ 
- เลขที่่ 9  จุดประกายนักวิทยาศาสตร์

นำเสนอของเล่น 
- กลองแขก เรื่อง เสียง
- คานหนังสติ๊ก เรื่อง พลังงาน
- ปี่กระป๋อง เรื่อง เสียง





สาระที่เด็กควรเรียนรู้

1) เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เช่น ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประสาทสัมผัส การเล่น สุขนิสัย คุณธรรมจริยธรรม มารยาทไทย
2) เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม เช่น ครอบครัว ชุมชนสถานศึกษา วันสำคัญ อาชีพ
3) เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว เช่น สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต ปรากฏการณ์ของธรรมชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
4) เรื่องเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เช่น อาคาร เครื่องมือ เครื่องใช้ การติดต่อสื่อสาร การเดินทางการขนส่ง คณิต - วิทย์ ในชีวิตประจำวัน

แบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม ตามสาระที่ควรเรียนรู้ แล้วเลือกเนื้อหาสาระที่จะสอนเด็กที่อยู่ในสาระที่เด็กควรเรียนรู้ แล้วทำเป็น Mind Mapping



สาระการเรียนรู้ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

เรื่อง ยานพาหนะ








เรื่อง ยานพาหนะ
          
         แบ่งหัวข้อได้ ดังนี้ คือ

1) ประเภทของยานพาหนะ
     - บก ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน
     - น้ำ  ได้แก่ เรือ
     - อากาศ ได้แก่


 เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์


2) ลักษณะ
     



- บก  มี เครื่องยนต์ ล้อ 


     - น้ำ  มี โคงเรือเหล็ก ใบพัด
     - อากาศ ปีก ล้อ

3) การดูแล
    - ล้างทำความสะอาด
    - เช็คลมยาง/เช็คสภาพเครื่อง
    - เติมน้ำมัน / แก๊ส/ น้ำ
    - ชาร์ตแบตเตอรี่
    - ซ่อมแซม

4) ประโยชน์ / ข้อพึงระวัง
 
    ประโยชน์
     - อำนวยความสะดวกในการเดินทาง
     - ขนส่งสินค้า / ส่งของ

     ข้อพึงระวัง
     - รัดเข็มขัดนิรภัย
     - ใส่หมวกกันน็อค
     - ใส่เสื้อชูชีพ
     - ไม่ประมาท


หลังจากนั้น ก็ให้คิดของเล่น เรื่อง ยานพาหนะ โดยต้องคิดตามหัวข้อดังนี้
1) ของเล่นที่เด็กสามารถทำเองได้
2) ของเล่นที่เข้ามุมประสบการณ์
3) ของเล่นที่ทำการทดลอง






Skill (ทักษะ)

- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด
- ทักษะการเชื่อมโยงความรู้
- ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม



Application ( การประยุกต์ใช้)

         นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็ก โดยการจัดความรู้ที่จะนำไปใช้สอนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนและสอนให้เด็กเข้าใจได้อย่างง่าย และไม่ซับซ้อน



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- สอนให้รู้จักการสร้างความคิดรวบยอด
- สอนเริ่มจากหลักการและนำมาสรุป



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ ร่วมทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ

- Friend :
 ตั้งใจเรียน และช่วยกันทำกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วง

- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  มีเสียงสูง ต่ำ และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง







วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Lesson 8
บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  6 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่  8   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



Knowledge ( ความรู้ )

1) นำเสนอวิจัย 
     - เลขที่ 4 เรื่อง การศึกษาผลของรูปแบบจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีทักษะต่อกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ของ คุณชยุา  พยุวงค์

2) นำเสนอของเล่น
     ในหัวข้อ " แสง "



ชื่อของเล่น " แสงสีมหัศจรรย์ "




วัสดุอุปกรณ์
1.กระดาษแข็ง
2.กระดาษแก้ว
3. ห่วงสำหรับคล้อง
4.กาว
5.กรรไกร 


วิธีทำ
1. นำกระดาษแข็งมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2. เจาะกระดาษให้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส จำนวน 2 ชุด ชุดละ 3 ช่อง
3. ตัดกระดาษแก้วที่เตรียมมาทั้ง 3 สี ไปติดในช่องที่เตรียมไว้
4. เมื่อติดกระดาษแก้วเสร็จ นำมาเจาะรู 3 รู แล้วใช้ห่วงคล้องเข้าด้วยกัน
5. นำมาทดลองเพื่อสังเกตความแตกต่าง

วิธีเล่น 
นำมาทดลองโดยการจับแล้วยกขึ้นให้กระทบกับแสงที่อยู่รอบๆตัวเรา เช่น แสงจากหลอดไฟ แสงจากไฟฉาย แสงจากดวงอาทิตย์เป็น จากนั้นก็สังเกตความแตกต่างของการเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้น


หลักการทางวิทยาศาสตร์
เกิดจากการหักเหของแสงที่ผ่านแม่สีทั้ง 3  สี ที่อยู่ในรูปขอแสงรังสี จึงทำให้เราสามารถมองเห็นสีอีกสีที่เกิดขึ้น  การมองเห็นสีต่าง ๆ บนวัตถุเกิดจากการผสมของแสงสี เช่น แสงขาวอาจเกิดจากแสงเพียง 3 สีรวมกัน แสงทั้ง 3 สี ได้แก่ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน หรือเรียกว่าสีปฐมภูมิ และถ้านำแสงที่เกิดจากการผสมกันของสีปฐมภูมิ 2 สีมารวมกันจะเกิดเป็น สีทุติยภูมิ ซึ่งสีทุติยภูมิแต่ละสีจะมีความแตกต่างกันในระดับความเข้มสีและความสว่างของแสง เมื่อแสงสีใดสะท้อนมากที่สุดก็จะดูดกลืนแสงสีอื่นๆไว้หมด ทำให้เรามองเป็นอีกสีที่เกิดขึ้น


สรุป 
          การทำของเล่นจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้โดยการลงมือทำด้วยตนเอง เมื่อเด็กทำของเล่นด้วยตนเองเด็กจะเกิดการค้นพบ เกิดคำถามว่า ทำไม? ซึ่งสอดคล้องวิธีการเรียนรู้ของเด็ก เด็กก็จะได้สังเกตของเล่น เกิดการค้นพบและเปรียบเทียบตามลำดับ และถ้าให้เด็กทำของเล่นในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับของเดิมเด็กก็จะทำของเล่นออกมาได้ในลักษณะใกล้เคียงแบบเดิมได้



Skill (ทักษะ)

- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด
- ทักษะการเชื่อมโยงความรู้




Application ( การประยุกต์ใช้)

         นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการทำของเล่นที่ให้เด็กมีส่วนร่วมในการลลมือทำด้วย และของเล่นนั้นจะต้องเป็นของเล่นที่สามารถทำได้ง่ายๆ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และค้นพบความรู้ได้ด้วยตนเอง



Technical Education
(เทคนิคการสอน)


- สอนให้ผู้เรียนนำเสนองานให้ถูกต้อง
- สอนเริ่มจากหลักการและนำมาสรุป



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ นำเสนองานมีติดขัดบ้างในขณะที่ อาจารย์ถามคำถาม ต้องไปศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อที่จะนำเสนองานได้อย่างชัดเจน

- Friend :  ตั้งใจเรียน นำเสนองานได้ดีและน่าสนใจ มีไอเดียที่แปลกใหม่ และมีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน


- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  ช่วยเสริมในสิ่งที่นักศึกษาพูดไม่เข้าใจให้เข้าใจอย่างชัดเจน และมีการให้แง่คิดในการทำของเล่นชิ้นใหม่







วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Lesson 7
บันทึกอนุทิน


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  29 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่  7   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223









** ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นสัปดาห์แห่งการสอบกลางภาค!!!**
ประจำปีการศึกษา 2558



Lesson 6


บันทึกอนุทิน



วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  22 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่  6   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223


Knowledge
( ความรู้ )


- กิจกรรมการนำเสนองานคู่



เรื่อง สัตว์ (Animal)

   
       เรียนเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตรวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์กัน การดูแลสิ่งมีชีวิต

     การจัดกิจกรรม อาจจะจัดผ่านกิจกรรมแบบบูรณาการ โดยการนำเปลือกไข่มาทำเป็นโมเสก เล่านิทานเกี่ยวกับสัตว์ อีกทั้งการทำกิจกรรมนี้สามารถเชื่อมโยงให้เข้ากับวทิยาศาสตร์ได้


เรื่อง พลังงานลม (Wind Energy)

   
        พลังงานลมเป็นพลังงานธรรมชาติ สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีวันหมดไปจากโลก ของเล่นที่ใช้พลังงานลม เช่น กังหันลม มีอุปกรณ์ดังนี้ กระดาษสี ไม้ไผ่ หลอดกาแฟ กาว วิธีการเล่น ให้เด็กถือแล้วให้วิ่งไปปะทะกับลม จากนั้นใบพัดก็จะหมุน ที่ใบผพัดหมุนนั้น เกิดจากอากาศที่เคลื่อนที่ไปกระทบกับวัตถุจึงทำให้กังหันลมหมุน


เรื่อง ดิน หิน ทราย
     จะอยู่ในขอบเขตเรื่องของธรรมชาติรอบตัว เรียนเกี่ยวกับลักษณะและความแตกต่างระหว่าง หิน ดิน ทราย รูปร่างของแต่ละชนิดของ หิน ดิน ทราย
     กิจกรรม อาจจะให้เด็กออกไปสำรวจ หิน ดิน ทราย ภายในโรงเรียน ในด้านนี้เด็กจะได้ทักษะการสังเกต ความแตกต่างของ หิน ดิน ทราย อีกทั้งยังได้เรียนรู้ทั้ง 4 ด้าน 
     1.ด้านร่างกาย เด็กได้สัมผัสหิน ดิน ทราย
     2.ด้านอารมณ์ เด็กมีความสุขกับการทำกิจกรรม และการสำรวจ
     3.ด้านสังคม เด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ
     4.ด้านสติปัญญา ได้จากการทดลองต่าง ๆ ในเรื่องของ หิน ดิน ทราย
ดิน เกิดจากซากพืช ซากสัตว์ที่ทับถมกัน 
หิน เกิดจาก การเกาะตัวของแร่ตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป
ทราย มีลักษณะร่วนซุย ไม่เกาะตัวเป็นก้อน

เรื่อง พืช
   
     จะอยู่ในสาระธรรมชาติรอบตัวที่เด็กจะต้องเรียนรู้ เราสามารถจัดกิจกรรมเรื่องพืชผ่านกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะได้ โดยที่ครูแจกดอกไม้ให้กับเด็กๆได้เคลื่อนไหวไปตามเพลง เมื่อเพลงหยุดให้เด็กจับกลุ่มดอกไม้ชนิดเดียวกัน
   
     กิจกรรมที่เสริมประสบการณ์เกี่ยวกับเด็ก อาจจะให้เด็กปลูกผัก  เช่นถั่วงอก หรือพืชที่ขึ้นได้ง่าย ให้เด็กสังเกตการเจริญเติบโต เด็กได้ผึกทักษะการสังเกต การจำแนกเปรียบเทียบ และได้ทักษะทางคณิตศาสตร์อีกด้วย
   
     กิจกรรมแยกประเภทของเมล็ดพืช จะส่งเสริมให้เด็กเกิดการสังเกต การเปรียบเทียบ เกิดความคิดรวบยอด ขั้นตอนการทำกิจกรรมมีดังนี้
     1.นำเมล็ดพืชต่าง ๆ  ใส่ภาชนะ
     2.แยกประเภท
     3.แยกลักษณะที่แตกต่างจากเดิม เช่น สี ขนาด ชนิด
     4.อภิปรายแต่ละกลุ่มมีวิธีการแยกรายละเอียดอย่างไร
   
     กิจกรรมรู้จักดอกไม้
          วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็ก ๆ รู้จักดอกไม้คือ  การนำมาแยกออกเป็นส่วน ๆ เลือกดอกโต ๆ กลีบดอกสีสันสด ๆ  มีส่วนประกอบต่าง ๆ ชัดเจน  เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ  เห็นภาพแจ่มชัดขึ้น   เช่น  ดอกพู่ระหง   ดอกชบา  ดอกกุหลาบ  ดอกบัวหลวง  แยกดอกออกทีละชั้น ๆ กลีบเลี้ยง  กลีบดอก  เกสรตัวผู้  เกสรตัวเมีย  อับเรณู  รังไข่





             
         พอเด็กๆโตขึ้นมาอีกนิด  เขาจะรู้จักสังเกตต่อไปว่า  แม้จะเป็นดอกไม้เหมือนกันก็จริง  แต่ถ้าต่างชนิดกันรายละเอียดย่อมแตกต่างกันออกไป  ดอกไม้บางอย่างมีช่วงชีวิตเพียงฤดูเดียวก็ตายจากไป ขณะที่บางดอกมีชีวิตยืนยาวหลายปี ให้ดอกไว้ชื่นชมหลายต่อหลายรุ่น
     


ครูควรสอนเด็กอย่างไร??

         ครูควรสอนโดยยึดพัฒนาการของเด็กเป็นหลัก และการสอนนั้นจะต้องสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก คือ เด็กจะเรียนรู้โดยการลงมือกระทำผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งเมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้แล้วก็ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือแสดงออกทางพฤติกรรม
เทคนิคการสอน (Technical Education)






Skill (ทักษะ)

- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด



Application ( การประยุกต์ใช้)

         นำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นหลักการการจัดการเรียนการสอนเรื่องวิทยาศาตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย โดยจัดให้สอดคล้องกับความต้องการและพัฒนาการของเด็ก และนำตัวอย่างที่เพื่อนนำเสนอไปจัดกิจกรรมในเรื่องของวิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจและเด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายๆ



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เทคนิคการใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด
- สอนให้ผู้เรียนนำเสนองานให้ถูกต้อง
- สอนเริ่มจากหลักการและนำมาสรุป



Evaluation (การประเมิน)

- Self : ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ เข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้นและชัดเจนขึ้น มองเห็นภาพในเนื้อหาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

- Friend :  ตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถาม มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน

- Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ บรรยายเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่าย ยกตัวอย่างให้เข้าใจในเนื้อหามากขึ้น มีการใช้น้ำเสียงที่สูงต่ำกระตุ้นนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา และคอยชี้แนะกิจกรรมที่ใช้เป็นแนวการจัดประสบการณืให้เด็ก










วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

Lesson 5
บันทึกอนุทิน


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  15 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่  5   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



Knowledge ( ความรู้ )

การทำงานของสมอง
           
           สมองคืออวัยวะสำคัญของมนุษย์เป็นส่วนกลางของระบบประสาททำหน้าที่ควบคุมและ สั่งการเคลื่อนไหว แสดงพฤติกรรม การรับรู้ อารมณ์ ความรู้สึกและรักษาสมดุลย์ในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิด คือนิวรอนและเกลีย มีหน้าที่ดูแลปกป้องเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณ ไฟฟ้า การทำงานของสมองมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้าทำหน้าที่เก็บข้อมูล ควบคุมการทำงานของร่างกาย กล้ามเนื้อ การรับสัมผัส ความจำ เชาวน์ปัญญา และการได้ยิน สมองส่วนกลาง ถูกสั่งการออกมาจากสมองส่วนหน้า ควบคุมการเคลื่อนไหวและการทำงานของประสาทตา และสมองส่วนท้าย ควบคุมการทำงานการเคลื่อนไหวของร่างกาย การทรงตัว และควบคุมการหายใจ การหมุนเวียนของเลือด








สมองแบ่งออกเป็น 2 ซีก คือ 
- สมองซีกซ้าย
- สมองซีกขวา
         
สมองซีกขวาทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้

1. การมองอะไรที่เป็นมิติ และช่องว่างบนพื้นผิว (Spatial)
2.การเข้าใจภาษาง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน 
3.การรับรู้ลวดลายทางด้านศิลปะ การแสดงละครบนเวที
4. ความคิดสร้างสรรค์ 
5. การมีอารมณ์ขัน 
6. การรับรู้เกี่ยวกับการสัมผัส
7. ความคิดเชิงนามธรรม 
8. การใช้ภาษาท่าทางหรือภาษากาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นประจำ เช่น การแสดงออกของสีหน้า
9. การจัดสภาพแวดล้อมให้กลมกลืน
10. การทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รวมถึงการฟังคน 2 คนพูดพร้อมกัน ทั้งที่ต่างพูดคนละแบบ

สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้
1.การแสดงออกทางด้านการพูด
2. การรับรู้ด้านภาษา
3. การใช้กล้ามเนื้อแขนขาและมือ 
4. ความระมัดระวัง 
5. การเรียนรู้โดยการจัดหมวดหมู่
6. การค้นหาความเหมือนกัน
7. การที่จะมีสติควบคุมตัวเองได้ 
8. การสร้างแนวคิดใหม่ๆ หรือความรู้ที่เกี่ยวกับแนวความคิด หรือความคิดรวบยอดที่เราเรียกว่าการวาง Concept 
9. การวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลา
10. การเรียนคณิตศาสตร์คำนวณ การเข้าใจจำนวน
11. การเขียน
12. การจำแนกซ้ายขวา

13. การจัดลำดับสิ่งของ


หลักการ/แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาการเด็ก

1. กีเซล (Gesell)

หลักการ : 
    - พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นตอนเด็กควรพัฒนาไปตามธรรมชาติไม่ควรเร่งหรือบังคับ
    - การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวการใช้ภาษาการปรับตัวเข้ากับสังคมและบุคคลรอบข้าง

แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก : 
    - โครงสร้างของหลักสูตรยุทธนาการเด็ก คุณลักษณะที่พึงประสงค์และประสบการณ์สำคัญ
    - ไม่ควรเร่งสอนสิ่งที่ยากเกินพัฒนาการตามวัยของเด็ก
    - จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสเคลื่อนไหวกิจกรรมเดี่ยว และกิจกรรมกลุ่ม
    - จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟังได้พูด ท่องคำคล้องจองร้องเพลงฟังนิทาน


2. ฟรอยด์ (Freud)


หลักการ :

     - ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของคนเราเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่หากเด็กไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอจะเกิดอาการชะงักพฤติกรรมถดถอย ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก

แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก   
     - ครูเป็นแบบอย่างที่ดีทางการแสดงออก ท่าที วาจา
     - จัดกิจกรรมเป็นขั้นตอนจากง่ายไปยากจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ

3. อิริคสัน ( Erikson )

หลักการ  :

      - ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เด็กพอใจ ประสบผลสำเร็จเด็กจะมองโลกในแง่ดีมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจผู้อื่น
      - ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีไม่พอใจจะมองโลกในแง่ร้ายขาดความเชื่อมั่นในตนเองและไม่วางไว้วางใจผู้อื่น


แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก :    
      - จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสประสบผลสำเร็จโดยจัดกิจกรรมที่เหมาะกับวัยไม่ยากและมีให้เลือกตามความสามารถหรือความสนใจ
      - จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อมครูและเพื่อนเพื่อน เช่น จัดบรรยากาศให้อบอุ่นมีความสบายใจและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

4. เพียเจต์ ( Piaget)

หลักการ :
      - พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาของเด็กเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบรอบตัวเด็กมีการรับรู้จากสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่เกิดขึ้นตลอดเวลาและมีการปรับขยายประสบการณ์เดิมความคิดและความหมายมากขึ้น
      - พัฒนาการของเด็กปฐมวัย 0-6 ปี
  1) ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหววัย 0 ถึง 2 ปี เด็กเรียนรู้ทุกอย่างทางประสาทสัมผัสทุกด้าน   2) ขั้นความคิดก่อนปฏิบัติการวัย 2 ปี 6 ปี เริ่มเรียนภาษาพูดและภาษาท่าทางในการสื่อสาร ตนเองเป็นศูนย์กลางคิดหาเหตุผลไม่ได้จัดหมวดหมู่ได้ตามเกณฑ์ของต้น


แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :
     - จัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 กิจกรรมสำรวจทดลองกิจกรรมประกอบอาหารทัศนศึกษา
     - จัดให้เด็กฝึกฝนทักษะสังเกตจำแนกเปรียบเทียบ เช่น การเล่นเกมการศึกษาการเรียนรู้จากสื่อของจริงการสำรวจทดลอง
     - จัดให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัวเรียนรู้จักหน่วยตามความสนใจและเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมก่อน

5. 
ดิวอี้ ( Dewey)

หลักการ :

      - เด็กเรียนรู้โดยการกระทำ
      - การพัฒนาสติปัญญาของเด็กจะต้องฝึกให้เด็กคิดแบบวิทยาศาสตร์และมีระบบ

แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :    
      - จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบผลสำเร็จ พึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อน ครู
      - จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาสในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครู และเพื่อนๆ


ุ6. สกินเนอร์ (Skinner)

หลักการ :
      - ถ้าเด็กได้รับคำชมเชยและประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมเด็กจะสนใจที่จะทำต่อไป
      - เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างไม่มีใครเหมือนใคร


แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :     
      - ให้แรงเสริม เช่น ชมเชย ชื่นชม เมื่อเด็กทำกิจกรรมประสบผลสำเร็จ
      - ไม่นำเด็กมาเปรียบเทียบแข่งขันกัน


7. เปสตาลอสซี่ ( Pestalozzi)

หลักการ :

      - ความรักเป็นพื้นฐานสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเด็ก  ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา
      - เด็กแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งด้านความสนใจ ความต้องการ และระดับความสามารถในการเรียน
      - เด็กไม่ควรถูกบังคับให้เรียนรู้ด้วยการท่องจำ

แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :
     
      - จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม ให้ความรัก ให้เวลา และให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์

8. เฟรอเบล ( Froeble)

หลักการ :
     
 - ควรส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็กด้วยการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี
     
 
แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :     
      - จัดกิจกรรมเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างเสรี

9.เอลคายน์ ( Elkind )

หลักการ :
       
- การเร่งเด็กให้เรียนรู้แต่เล็กเป็นอันตรายต่อเด็ก
        - เด็กควรมีโอกาสเล่นและเลือกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง

แนวคิดสู่การปฏิบัติพัฒนาการเด็ก :
     
        - จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กมีโอกาสเล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง



** ประมวลแนวคิดของนักการศึกษามาสู่หลักการในการจัดการศึกษาปฐมวัย แล้วนำไปปฏิบัติจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของเด็ก **




 




 ความหมายของวิทยาศาสตร์

        หมายถึง การศึกษาสืบค้นและจัดระบบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโดยอาศัยกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยวิธีการ ทักษะกระบวนการ และเจตคติทางวิทยาศาสตร์อย่างมีระบบแบบเเผน มีขอบเขตโดยอาศัยการสังเกต การทดลองเพื่อค้นหาความเป็นจริงและทำให้ได้มาวึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป


แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

1. การเปลี่ยนแปลง
2. ความแตกต่าง
3. การปรับตัว
4. การพึ่งพาอาศัยกัน
5. ความสมดุล


การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

1. ขั้นกำหนดปัญหา
2. ขั้นตั้งค่าสมมติฐาน
3. ขั้นรวบรวมข้อมูล
4. ขั้นลงข้อสรุป


เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 

1. ความอยากรู้อยากเห็น
2. ความเพียรพยายาม
3. ความมีเหตุผล
4. ความซื่อสัตย์
5. ความมีระเบียบและรอบคอบ
6. ความใจกว้าง


การเรียนรู้อย่างมีความสุข


- การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง
- การเรียนรู้แบบองคืรวมที่ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน



การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง
- การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง
- เรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
- พัฒนาทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ การจำแนก การสรุปความคิดรวบยอด การแก้ปัยหา การคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ
- กิจกรรมโครงการ กิจกรรมประจำวัน การเล่น กิจกรรมการทดลอง กิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ กิจวัตรประจำวัน ฯลฯ

การเรียนรู้แบบองค์รวม
- กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับประสบการณ์ที่ได้รับ
- ครูผู้สอนหรือผู้ดูแล เด็กควรหลอมรวมหรือเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์
- ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้านทั้งทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
- ประสบการณ์ต่างๆ สัมพันธ์กันในลักษณะบูรณาการ


สรุป หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย
พัฒนาเด็กให้ครบทุกพัฒนาการ เน้นให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมที่จัดต้องมีความสมดุล ยึดเด็กเป็นสำคัญ และต้องประสานสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชน




กิจกรรมนำเสนอบทความ

เลขที่ 1 นำเสนอบทความ เรื่อง " วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย "
   
  
    วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเรา ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ส่งผลให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นและมีความเข้าใจเกี่ยวกับการโภชนาการ ผลจากการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรามีความเป็นอยู่อย่างสะดวกสบาย  ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราเกิดความตระหนักมากขึ้นและพยายามที่เขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล
    เด็กเล็กๆมีธรรมชาติที่เป็นผู้ความอยากรู้อยากเห็น ชอบใช้คำถามว่า ทำไม อย่างไรสามารถแสวงหาความรู้จากสิ่งต่างๆรอบตัวเขาและเริ่มเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เขาอาศัยอยู่ เด็กสามารถสังเกตและสื่อสารเกี่ยวเรื่องดิน หิน อากาศและท้องฟ้า เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุ พลังงานจากแม่เหล็ก แสงและเสียง เด็กสามารถสำรวจลักษณะของน้ำและความร้อน กิจกรรมวิทยาศาสตร์ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาโดยทำให้เด็กได้รับความรู้ พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เช่น การสังเกต การจำแนกประเภท การเรียงลำดับ การวัด การคาดคะแน และการสื่อสาร รวมทั้งทักษะการแสวงหาความรู้



เลขที่ 2 นำเสนอบทความ เรื่อง " สอนลูกเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ "


      การเรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติช่วยฝึกฝนทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก
เช่น ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกเปรียบเทียบ ทักษะการรับฟัง ทักษะความตั้งใจ ทักษะการค้นพบ 

ทักษะการสรุปข้อมูล ทักษะการอธิบาย และทักษะการปฏิบัติ ทำให้เด็กได้พัฒนาและสร้างความคิดรวบยอดในสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ เป็นคนที่มีความสามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อสิ่งใดง่ายๆ ทุกอย่างที่ต้องการรู้จะเกิดจากการลงมือกระทำและพิสูจน์ให้เห็นในเชิงประจักษ์  ทำให้เด็กมีเหตุผลในการกระทำสิ่งต่างๆ และสามารถใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาทั้งในส่วนตนและส่วนรวมได้ เช่น การจัดกิจกรรมที่ทำให้เด็กมีความเข้าใจและมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเกิดรุ้งกินน้ำจากการเป่าฟองสบู่ การเกิดฝนจากการต้มน้ำ การต้มไข่ การซักผ้าและนำไปผึ่งแดด การเกิดกลางวัน กลางคืนจากการส่องแสงจากไฟฉายให้ไปกระทบกับพื้นผิวของลูกบอล เป็นต้น ซึ่งลักษณะการทดลองการเกิดปรากฏการณ์ง่ายๆดังกล่าว ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจและมีความคิดรวบยอดได้ และที่สำคัญเป็นการเรียนรู้ที่ผ่านประสบการณ์ตรง เด็กได้ลงมือปฏิบัติและค้นพบองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง


เลขที่ 3 นำเสนอบทความ เรื่อง " แนวทางการสอนคิด เติมวิทย์ให้เด็กอนุบาล "

แนวทางในการ สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก อันประกอบแนวทางการปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
      1. ตั้งคำถามที่เด็กสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง เช่น คำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว หรือโลกของเรา
      2.ออกไปหาคำตอบด้วยกัน เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีคุณครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น
      3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์หรือในด้านของเหตูและผล
      4.  นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อนๆ
      5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์









Skill (ทักษะ)

- ทักษะการตอบคำถาม
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด



Application ( การประยุกต์ใช้)

         นำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นหลักการการจัดการเรียนการสอนเรื่องวิทยาศาตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย โดยจัดให้สอดคล้องกับความต้องการและพัฒนาการของเด็ก


Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เทคนิคการใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด

- สอนให้ผู้เรียนนำเสนองานให้ถูกต้อง
- สอนเริ่มจากหลักการและนำมาสรุป


Evaluation (การประเมิน)

- Self : 
ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพ เข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้นและชัดเจนขึ้น มองเห็นภาพในเนื้อหาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

- 
Friend :  ตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถาม มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน

- 
Teacher :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ บรรยายเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่าย ยกตัวอย่างให้เข้าใจในเนื้อหามากขึ้น มีการใช้น้ำเสียงที่สูงต่ำกระตุ้นนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา





วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

Lesson 4




บันทึกอนุทิน


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  8 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่ 4   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



Knowledge ( ความรู้ ) 
กิจกรรม : ประดิษฐ์ของเล่นจากกระดาษให้เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์

     อาจารย์แจกกระดาษ 1 แผ่น ให้นักศึกษาประดิษฐ์ของเล่นเป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ จากนั้นให้นำเสนอเป็นรายบุคคล

- จากกระดาษ 1 แผ่น นำมาทำของเล่นโดยการพับเป็นรูปนก ดังภาพ





- เมื่อพับเสร็จเราจะเห็นได้ว่าตรงส่วนของตัวนกยังคงแบนๆลีบๆอยู่





- เมื่อเราเป่าลมเข้าไปในตรงช่องจะทำตัวส่วนลำตัวของนกพองขึ้น




สรุป
     
        จากกิจกรรมดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ของเล่นดังกล่าวจะทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ในเรื่องของ " ลม " คือ เด็กก็จะใช้ปากเป่าตรงส่วนที่เป็นลำตัวของนก ทำให้ลำตัวนกพองตัวขึ้น การที่ลำตัวนกพองตัวขึ้นก็เนื่องจากมีอากาศเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในกระดาษและอากาศต้องการที่อยู่จึงทำให้กระดาษพองตัวขึ้น


*เกร็ดความรู้*

- ลม (wind) หมายถึง อากาศที่เคลื่อนที่
- อากาศ (air) หมายถึง สิ่งทีีมองไม่เห็นแต่ มีตัวตน และต้องการที่อยู่ ซึ่งถ้าอากาศเคลื่อนที่จะกลายเป็นลม และลมก็จะทำให้เกิดพลังงาน (energy)
- แสง (light) จะไม่สามารถผ่านวัตุได้ จึงทำให้เกิดเป็นเงา ซึ่งแสงจะเดินทางเป็นเส้นตรง


ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก

ทฤษฏีของเพียเจต์ เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5

- ขบวนการปรับเข้าสู่โครงสร้าง (Assimilation) หมายถึง การที่เด็กนำเอาความรู้ใหม่ เข้าไปผสมผสากลมกลืนกับครวามรู้เดิมที่มีอยู่
- การจัดประขยายโครงสร้าง (Accommodation)  หมายถึง การนำความรู้ใหม่ที่ได้รับไปปรับปรุงความคิดให็เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

John Dewy ได้กล่าวว่าเด็กจะเรียนรู้โดยการลงมือทำ หรือ  "
Learning by Doing "



Skill
(ทักษะ)

- ทักษะการตอบคำถาม
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการใช้ความคิดรวบยอด



Application ( การประยุกต์ใช้)

        นำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นหลักการในการประดิษฐ์ของเล่นในหน่วยวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยและใช้ในการสอนแบบบูรณาการเพื่อให้เด็กได้รับความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และด้านอื่นๆ



Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เทคนิคการใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด

- เทคนิค เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
- สอนเริ่มจากหลักการและนำมาสรุป


Evaluation (การประเมิน)

- Self :
ตั้งใจเรียน มองเห็นภาพรวมในเนื้อหาชัดเจนขึ้น ปฏิบัติตามคำสั่งของอาจารย์

-
Friend :  ตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถาม มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน

-
Teacher : เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ บรรยายเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น มีการใช้น้ำเสียงที่สูงต่ำกระตุ้นนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา



วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

Lesson 3



บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
(Science Experiences Management for Early Childhood ) 
 อาจารย์ผู้สอน  อ.จินตนา  สุขสำราญ                           
ประจำวันที่  1 กันยายน  2558
เรียนครั้งที่่ 3   เวลา 13.30-17.30 น.                                   
กลุ่ม  102 วันอังคาร ห้อง 223



** ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากอาจารย์ผู้สอนให้เข้าร่วมงานศึกษาศาสตร์วิชาการ ณ ห้องประชุมลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 ตึก 28 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม **



Knowledge  ( ความรู้)
เข้าอบรมเรื่อง " ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 "
โดย : ดร.อภิภู  สิทธิภูมิมงคล  มหาวิทยาลัยมหิดล


ที่มา  :  http://sonorwasan.blogspot.com/




การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรเป็นอย่างไร??
         สาระวิชาก็มีความสำคัญ   แต่ไม่เพียงพอสำหรับการเรียนรู้เพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันการเรียนรู้สาระวิชา( Content หรือ Subject matter) ควรเป็นการจัดการเรียนจากการค้นคว้าเองของศิษย์    โดยครูช่วยแนะนำ  และช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนแต่รับคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของการเรียนรู้ของตนเองได้





ทักษะแห่งอนาคตใหม่










ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 (The Skills of people in the 21st Century)

>>>Learning 3R x 7C<<<

3R

1) Reading (อ่านออก)
2) (W)Riting (เขียนได้)
3) (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)

7C

1) Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ ทักษะในการแก้ปัญหา)
2) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรฒ)
3) Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
4) Collaboration,Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ)
5) Communication,Information, and media Literacy (ทักษะ้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ)
6) Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
7) Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)


คุณลักษณะของครูในยุคศตวรรษที่ 21 (Features of Teacher in the 21st Century)

- Expanded มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนสู่นักเรียนผ่านเทคโนโลยี
- Experience มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่
- Exploration มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเนื้อหาที่ทันสมัย
- Extended มีทักษะการแสวงหาความรู้ใมห่ๆ เพื่อขยายองค์ความรู้ของตนเองผ่านทางสื่อเทคโนโลยี
- Evaluation เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธ์ยุติกรรม และ ความสามารถในการประเมินผล
- End-User เป็นผู้ที่ใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า ใช้ได้อย่างหลากหลาย
- Efficient and Effective สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- Enabler สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เนื้อหา และสื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Engagement ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันผ่านสื่อเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือ

ห้องเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 (Classroom for the 21st Century)

1) Smart Classroom + Smart Learning  = Smart Students
2) ทำให้การเรียนในห้องเรียนมีความหมายด้วย Flipped Classroom,TBL
3) Web based Learning  "การเรียนรู้แบบใช้เว็บไซต์ เพื่อสืบค้นความรู้จากตำราหรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์ได้อย่างกว้างขวาง โดยมีครูช่วยแนะนำการสืบค้น อย่างสร้างสรรค์และเหมาะสม"
4) Collaboration การทำงานร่วมกันการทำงานร่วมกันซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ
( Cooperation)และการทำงานเป็นทีม(Team Work)เพื่อทำให้งานประสบผลสำเร็จและอาจก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ หรือ ความรู้ใหม่ จากการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในทีมได้
4) เริ่มต้นการสอน Basic Clinical Science
    - สร้างความปรารถนาที่จะต้องการจะช่วยเหลือผู้ป่วยให้แก่นักเรียน
    - ให้เหตุผลว่าเหตุใดนักเรียนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ดังที่จะเรียนดังต่อไปนี้


สรุป

    การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม"สาระวิชา" ไปสู่การเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้ แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองโดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้แบบ PBL ของนักเรียนซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้คือชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เกิดจากการรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง



ภาคบ่ายเข้าชมนิทรรศการศึกษาวิชาการ















Skill (ทักษะ)

- การฟัง
- การคิดวิเคราะห์




Application (การประยุกต์ใช้)
     
       นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กปฐมวัย โดยให้สอดคล้องกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21


Technical Education (เทคนิคการสอน)

- เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยให้ศึกษาด้วยตนเอง



Evaluation (การประเมิน)

Self :
ตั้งใจฟัง ได้รับความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น


Friend : -


Teacher : -